โครงการศูนย์มอญศึกษา : ความสำคัญและที่มา
หากย้อนความเพื่อทำความเข้าใจที่ไปที่มาของการจัดตั้งโครงการดังกล่าวจะพบว่า
ประเด็นปัญหาสำคัญเกิดขึ้นหลังจากพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง อำเภอบ้านโป่ง
จังหวัดราชบุรี ได้ดำเนินการสร้างและเปิดพิพิธภัณฑ์เมื่อปี พ.ศ. 2536 มีชาวบ้านเห็นคุณค่าและความสำคัญ จึงนำโบราณวัตถุทั้งทางโบราณคดีและชาติพันธุ์ที่อยู่ในความครอบครองของตนและครอบครัวมาอุทิศให้กับทางวัดเพื่อเก็บไว้จัดแสดงเพิ่มขึ้นจำนวนมากมาย
ทางพิพิธภัณฑ์จึงจำเป็นต้องก่อสร้างและต่อเติมอาคาร
รวมทั้งเพิ่มเติมเนื้อหาการแสดงความรู้ให้สอดคล้องกับสิ่งของที่ชาวบ้านนำมามอบให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน
การปรับปรุงพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วงครั้งนี้
ทางวัดม่วงและตัวแทนชาวบ้านม่วงจึงได้ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิเล็ก-ประไพวิริยะพันธุ์ และสำนักศิลปวัฒนธรรม (ของบริษัทมติชน) ซึ่งทั้งสองหน่วยงานเมื่อรับทราบปัญหาก็มีความยินดีที่จะให้คำปรึกษาและร่วมดำเนินการในการปรับปรุงสถานที่
เรื่องราวและเนื้อหาให้เป็นรูปธรรมเหมาะสมกับกำลังคนและเงินทุนที่สามารถจัดการได้
เบื้องต้นที่ประชุม
(รวมตัวอย่างไม่เป็นทางการ) ปรึกษาหารือและศึกษาข้อมูล มีความเห็นว่าในการดำเนินงานปรับปรุงได้ผ่านมาพอกำหนดเป็นแนวทางที่เป็นพื้นฐานร่วมกันว่า
ควรขยายความสำคัญของพิพิธภัณฑ์ขึ้นเป็น ศูนย์มอญศึกษา เพราะนอกจากวัดม่วงจะมีสิ่งของทางวัฒนธรรมจัดแสดงแล้ว
หากแต่พื้นที่ดังกล่าวยังจะมีความหมายในแง่แหล่งให้ความที่รู้กว้างขวางในเรื่องทางสังคมวัฒนธรรมท้องถิ่นที่แวดล้อมไปด้วยการดำรงอยู่ท่ามกลางการตั้งถิ่นฐานของคนมอญในลุ่มน้ำแม่กลอง
ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีข้อสรุปเห็นชอบในการจัดตั้ง ศูนย์มอญศึกษา
ควบคู่ไปกับการปรับปรุงและจัดแสดงพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง
พร้อมกันนี้ยังได้เสนอให้เปิดบัญชีออมทรัพย์ ในนาม พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง
ผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาอรุณอมรินทร์ บัญชีเลขที่ 157-1-18933-4
เพื่อเป็นการระดมทุนโดยขอความร่วมมือจากหน่วยงานของรัฐและเอกชนร่วมกันสนับสนุนโครงการดังกล่าว